หน้าแรกผู้จัดการ Online | หน้าแรกละครออนไลน์ | ละครออนไลน์
ละครออนไลน์ เวียงร้อยดาว

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์
7 กุมภาพันธ์ 2557 18:25 น.
หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
        เวียงร้อยดาว ตอนที่ 14 อวสาน (ต่อ)
       
       เหตุการณ์ปัจจุบัน เมดากับสิบทิศต่างอึ้งไปตามๆกัน ที่เวียงแก้วรู้แล้ว
       
       “ไม่มีแม่คนไหนจำลูกในไส้ตัวเองไม่ได้ ! ฉันรู้ตั้งแต่ก้าวแรกที่มันเหยียบเข้ามาที่นี่แล้วว่ามันไม่ใช่ลูกฉัน แต่ที่ฉันยอมเอออวยกับนังตัวดีนี่ เพราะฉันต้องการจะยืมมือมันช่วยฉันแก้แค้นต่างหาก แต่แกก็หักหลังฉันไปเข้าข้างพวกมัน ! นังทรยศ”
       “คุณก็รู้อยู่เต็มอกว่าเธอไม่ใช่ แล้วจะยังต้องการอะไรอีก” สิบทิศถาม
       เวียงแก้วหัวเราะลั่นก่อนจะจ้องไปยังดวงตาของเมดา
       “ดวงตาของมันยังไงล่ะ !! ดวงตาคู่นี้ที่แกเอามาจากร้อยดาวลูกสาวฉัน ถึงเวลาที่แกจะต้องคืนให้เขาแล้ว”
       เมดาปากคอสั่น “ทำไม ?”
       “ชาตินี้ร้อยดาวขี้โรคก็อาภัพพออยู่แล้ว ชาติหน้าเกิดมาฉันไม่อยากให้เขาต้องตาบอดพิกลพิการอีก... สิ่งสุดท้ายที่คนเป็นแม่อย่างฉันจะทำเพื่อลูก....เอาดวงตาลูกฉันคืนมา !”
       “เอาดวงตาของผมไป ! เอาชีวิตผมก็ได้ แต่อย่าทำร้ายเมดา ! ได้โปรด” สิบทิศบอก
       สิบทิศพุ่งเข้าไปช่วยเมดา เวียงแก้วเอาหลังมือซัดโครมจนร่างสิบทิศกระเด็นไปกระแทกพื้น เขาจุกจนลุกไม่ขึ้น
       “คุณชาย !!”
       “ฉันไม่ต้องการ ! ฉันต้องการดวงตาของร้อยดาวเท่านั้น !”
       สิบทิศเห็นโครงกระดูกของเวียงแก้วอยู่ข้างๆแกลลอนน้ำมัน เขารีบราดน้ำมันใส่โครงกระดูกแล้วจุดไม้ขีดไฟโยนลงไปทันที ไฟลุกโชติช่วงขึ้นมา แต่โครงกระดูกของเวียงแก้วกลับไม่ไหม้ไฟ
       เวียงแก้วหัวเราะ “แกเผาฉันได้ ฉันก็เผาแกทั้งเป็นได้เหมือนกัน”
       ไฟเริ่มลามลุกต่อๆ กันอย่างรวดเร็ว สิบทิศพยายามเอาไม้ติดไฟแล้วรีบเผาโครงกระดูกเวียงแก้ว แต่ทำอย่างไรก็ไม่ยอมไหม้
       “บ้าฉิบ !!”
       “คุณชาย !! หนีไป !!! ไม่ต้องห่วงดิฉัน”
       “ห่วงตัวเองก่อนเถอะ นังตัวดี !!! เอาดวงตามาให้กู”
       เวียงแก้วยื่นกงเล็บจะควักดวงตาเมดา ทันใดนั้นเสียงพระปกรณ์ก็ดังขึ้น
       “หยุดก่อนโยม !”
       เวียงแก้วหันควับไปมองต้นเสียงทันที
       
       พระปกรณ์เดินด้วยอาการสำรวมเข้ามาในเวียงร้อยดาวที่ไฟกำลังลุกโชติช่วง
       “โยมเวียงแก้วเข้าใจผิดแล้ว... การสละอวัยวะเป็นทานเพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ถือเป็นทานอุปบารมี เลิศยิ่งกว่าการให้ทรัพย์ทั้งปวง”
       “หากต้องตาบอดทั้งชีวิต ต่อให้มีบารมีแค่ไหนก็ไร้ค่า” เวียงแก้วว่า
       “ให้สิ่งใดจะได้สิ่งนั้นตอบแทน อานิสงส์ของการบริจาคนัยน์ตานอกจากจะทำให้ชาติภพหน้ามีมังสะจักษุ คือตาเนื้อที่ดีเลิศแล้ว ยังจะมีปัญญาจักษุ สามารถรู้เรื่องต่างๆได้ด้วยปัญญาอีกด้วย”
       เวียงแก้วเริ่มลังเล “เป็นไปไม่ได้ !! เอาอะไรมาพูด ?”
       “คำสอนของพระพุทธองค์ที่ตรัสไว้โดยชอบแล้ว... เวลานี้ร้อยดาวลูกของโยมไปสู่สุคติภพ ไม่อาลัยหวงแหนกายหยาบที่ห่อหุ้มดวงจิตอีกแล้ว เหลือเพียงโยมเท่านั้นที่ยังติดอยู่ในบ่วงแห่งมิจฉาทิฐิ ไปไหนไม่ได้”
       เวียงแก้วปล่อยตัวร้อยดาวก่อนจะหันมาเล่นงานพระปกรณ์แทน
       “ที่ฉันเป็นอย่างนี้เพราะใคร ไม่ใช่เพราะท่านหรอกเหรอ ท่านคนเดียวที่เป็นต้นเหตุทำให้ฉันต้องทนทุกขเวทนาแสนสาหัส ท่านไม่เป็นฉัน ไม่มีวันรู้หรอก ! ความโหดร้าย ทารุณ ขมขื่น เคียดแค้น ชิงชัง จะยุติลงได้อย่างไร หากยังไม่ได้ล้างแค้น”
       “ที่สุดของการล้างแค้นคือการรบต่อความดำมืดในใจตน สิ่งที่ตกค้างอยู่ในใจคือความโกรธเกลียดเคียดแค้น พร้อมจะสร้างศัตรูใหม่ขึ้นมาได้ตลอดเวลา ถ้าไม่ใช่คน ก็เป็นอารมณ์ร้ายของตัวเองที่ตามรบกวนใจโยมไม่ให้เป็นสุข วิธีแก้แค้นที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่ทำให้ใครตายแต่เป็นการทำให้ความเกลียดจางหายไปจากใจเราเอง”
       
       “ไม่ต้องมาเปลืองน้ำลายเทศนา ฉันไม่อยากฟัง ! สำหรับฉัน เลือดมันต้องล้างด้วยเลือดเท่านั้น”

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
        เวียงแก้วยื่นมือไปจะบีบคอพระปกรณ์ที่หลับตานิ่งสำรวมและไม่ขัดขืนแม้แต่น้อย
       
       “หากชีวิตของอาตมาทำให้โยมเวียงแก้วสิ้นสุดความอาฆาตพยาบาทลงได้ อาตมายินดี อาตมาขอสละชีวิตเป็นทาน ขอให้โยมคลายทุกข์ทั้งมวลที่มีอยู่จนสิ้น”
       เวียงแก้วใช้สองมือจะบีบคอปกรณ์แต่ก็ทำไม่ลง เพราะทั้งรัก ทั้งแค้น ทั้งสำนึกผิด สับสนในใจไปหมด
       ผีเวียงแก้วน้ำตาไหลก่อนจะทรุดลงคืนร่างกลายเป็นวิญญาณในชุดขาวร้องไห้สะอึกสะอื้น
       “ข้าเจ้ายอมแล้ว !!! ท่านได้โปรดช่วยปลดปล่อยดวงวิญญาณของข้าเจ้าให้หลุดพ้นด้วยเถอะ”
       “เวรที่ยืดเยื้อไม่จบไม่สิ้น เริ่มต้นจากเวรที่อภัยได้แต่ไม่ทำ การให้อภัยชนะการให้ทั้งปวง...ลูกกุญแจที่ปลดปล่อยให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรม จะไขหรือจะขัง จะจบหรือจะจอง ล้วนอยู่ที่ใจของโยมทั้งสิ้น”
       ขื่อบนหลังคาที่ติดไฟหล่นลงมาใกล้ๆพระปกรณ์ที่ยังคงเทศน์โปรดเวียงแก้วด้วยความเมตตา
       “ท่านครับ !!! รีบออกไปจากที่นี่เถอะ !! ก่อนที่จะสายไปกว่านี้” สิบทิศบอก
       “อาตมาจะอยู่ที่นี่เพื่อช่วยส่งดวงวิญญาณของโยมเวียงแก้วให้ไปสู่สัมปรายภพ”
       “หลวงพ่อคะ !!! ไปกับเราเถอะนะคะ”
       “โยมไปกันเถอะ อาตมาตั้งใจแล้ว”
       พระปกรณ์ไม่สนใจ เขาหลับตาพนมมือเริ่มสวดบังสุกุลให้เวียงแก้ว
       ปกรณ์สวด “อะนิจจา วะตะสังขารา อุปปาทะวะยะธัมมิโน อุปปัชชิตวา นิรุชฌันติ เตสัง วูปะสะโม สุโข...”
       “ไม่มีเวลาแล้ว เราต้องไปกันแล้ว !!”
       สิบทิศรีบพาเมดาออกไปจากเวียงร้อยดาว วิญญาณเวียงแก้วนั่งพนมมือรับพรจากพระปกรณ์น้ำตาไหลซาบซึ้งใจ ไฟค่อยๆลุกไหม้ที่โครงกระดูกของเวียงแก้วอย่างช้าๆ รอยกากบาทรอยสุดท้ายที่เพดานโถงกลางค่อยๆลางเลือนช้าๆ จนกระทั่งหายไป วิญญาณเวียงแก้วค่อยๆลางเลือนเช่นเดียวกับรอยกากบาทก่อนหายไปกลางกองเพลิง
       
       เวียงร้อยดาวไฟลุกแดงฉาน เปลวเพลิงจับท้องฟ้าดำมืดแดงไปหมด บังหนั่นเกณฑ์คนงานโวยวายลั่น ให้ช่วยกันเอาน้ำดับไฟจนชุลมุนไปหมด
       “อีนี่ !!! ไหม้หมดแล้ว !!! เอาน้ำมาดับเร็ว !”
       มารุตกับน่านฟ้าวิ่งมาดูเหตุการณ์หน้าตาตื่น
       “นายมาร์ค เห็นพี่ชายฉันมั้ย ?”
       มารุตงง “เฮ้ ! พี่ชายยูไม่ได้อยู่กับเพื่อนไอที่เวฬุมาศเหรอ ?”
       น่านฟ้าส่ายหัวด่อกแด่ก
       “หรือว่า.... !!”
       น่านฟ้ากับมารุตหันไปทางเวียงร้อยดาวที่กำลังไฟลุกท่วมหัวพร้อมกัน
       
       สิบทิศประคองร้อยดาววิ่งออกมาจากเวียงร้อยดาว ทันใดนั้น ไม้ติดไฟท่อนหนึ่งหล่นลงมาจะใส่เมดา สิบทิศเห็นเข้าพอดี
       “ระวัง !!”
       สิบทิศผลักเมดา แต่ตัวเองกลับถูกท่อนไม้ฟาดที่ท้ายทอยอย่างแรงจนหมดสติไป
       “คุณชาย !!”
       มารุตกับน่านฟ้าวิ่งเข้ามากวาดตามองหาเมดากับสิบทิศ
       “เฮ้ย !! นั่น !”
       “พี่ชาย !!”
       มารุตกับน่านฟ้าและบังหนั่นวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแล้วตะโกนลั่น แต่ก็ไร้เสียง
       
       ณ โรงพยาบาล หมอสุนทรค่อยๆเปิดผ้าที่ปิดตาของสิบทิศออก ทุกคนต่างลุ้นด้วยใจจดจ่อเมื่อสิบทิศค่อยๆลืมตาขึ้น
       “ผมมองอะไรไม่เห็นเลย” สิบทิศบอก
       ทุกคนมองหน้ากันแล้วเริ่มใจคอไม่ค่อยดี
       หมอสุนทรหนักใจ “คุณชายได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณท้ายทอยอย่างแรง ไม่แน่ว่าเซลล์สมองส่วนนี้อาจถูกทำลาย ทำให้กระแสประสาทไม่สามารถถ่ายทอดและแปรผลได้”
       หมอสุนทรถอนใจหนักๆ เขาไม่อยากจะพูดออกมาเพราะกลัวกระทบกระเทือนจิตใจ
       “พูดมาตามตรงเถอะครับ ผมรับได้”
       “คุณชายมีโอกาสจะตาบอดตลอดชีวิต”
       ทุกคนต่างตกใจเมื่อรู้ว่าสิบทิศต้องตาบอด
        
       เมดาใจหายวูบเพราะคิดไม่ถึงว่าสิบทิศจะต้องตาบอดเพราะตนเป็นต้นเหตุ

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
        ดาหลาเปลี่ยนพันแผลให้ปรมัตถ์โดยที่แผลของเขาใกล้หายดีแล้ว เหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น
       
       “อีกไม่นานคุณหมอคงจะอนุญาตให้คุณออกจากโรงพยาบาลได้...ที่จริงคุณไม่น่าต้องเอาตัวเองมาเสี่ยงเพราะฉันเลย” ดาหลาบอก
       “ผมจะปล่อยให้ลูกบุญธรรมของคุณท่านเป็นอะไรไปได้ยังไง”
       “ถ้าฉันไม่ได้เกี่ยวดองกับคุณท่าน คุณยังจะช่วยฉันอยู่หรือเปล่า”
       “เป็นใครก็ต้องทำแบบผมกันทั้งนั้น” ปรมัตถ์บอก
       ดาหลาใจแป้วเพราะคิดว่าปรมัตถ์ไม่ได้มีใจให้ ดาหลาหันหลังจะออกจากห้อง ปรมัตถ์ถามขึ้นมา ดาหลาหยุดโดยยังไม่หันไปมอง
       “ถามจริงเถอะ คุณจะว่าอะไรมั้ย” ปรมัตถ์เว้นชั่วขณะ “ถ้าผมจะขอให้คุณช่วยเป็นพยาบาลดูแลผมไปตลอดชีวิต”
       ดาหลาหัวใจพองโตขึ้นมาทันที เธอรีบหันหลังกลับไปด้วยความยินดี ปรมัตถ์ส่งยิ้มหวานให้ดาหลา
       
       เมดาพาสิบทิศฝึกเดินโดยใช้ไม้เท้าที่สวนน้ำพุ สิบทิศสะดุดล้มลง เมดาประคองสิบทิศให้ลุกขึ้นแล้วพาไปนั่งที่ม้านั่ง เมดาปัดขี้ดินและเศษหญ้าที่ติดอยู่ที่กางเกงสิบทิศออกให้แล้วถามด้วยความเป็นห่วง
       “คุณชายเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ ?”
       “ฉันต้องเป็นคนตาบอดจริงๆใช่ไหม ?”
       เมดาเอามือปิดปากตัวเองแล้วกลั้นสะอื้น แต่ก็มีเสียงเล็ดลอดออกมาเบาๆ
       สิบทิศยิ้มเศร้าๆ “ฉันคงไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าของเธออีกแล้ว เมดา”
       เมดายกมือสิบทิศขึ้นมาจับที่ใบหน้าตัวเอง สิบทิศลูบใบหน้าเมดาด้วยความทะนุถนอม
       “ฉันจะบอกให้ท่านป้ายกเลิกงานแต่งของเราซะ เธอหมดหน้าที่แล้ว”
       “ไม่ค่ะ !!! ดิฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ! ให้ดิฉันได้ดูแลคุณชายเถอะนะคะ”
       “ถึงแม้ว่าเธอจะต้องมีสามีตาบอดอย่างฉันน่ะเหรอ”
       เมดาพูดหนักแน่น “ดิฉันเต็มใจค่ะ ไม่ว่าคุณชายจะเป็นอย่างไร ดิฉันก็จะไม่มีวันจากไปไหน ดิฉันจะคอยเป็นดวงตาให้คุณชายเอง”
       เมดากอดสิบทิศไว้แน่น ในขณะที่สิบทิศนั่งหมดอาลัยตายอยากในชีวิต
       
       เมดาคอยดูแลเอาใจใส่สิบทิศเป็นอย่างดี เธอป้อนข้าวให้สิบทิศ สิบทิศเบือนหน้า เมดาคะยั้นคะยอ จนกระทั่งสิบทิศใจอ่อนยอมกินจนได้ สิบทิศเดินชนแจกันตกลงมาแตกและกำลังจะเหยียบแต่เมดาเข้ามาห้ามไว้ทัน เมดารีบเก็บกวาด
       เมดาอ่านหนังสือให้สิบทิศฟังก่อนนอน แต่กลายเป็นว่าตัวเองสัปหงกหลับเสียเอง เมดาหลับไปแล้ว แต่สิบทิศยังไม่หลับ เขาคิดอะไรบางอย่างในใจ
       
       เช้าวันใหม่ แสงแดดตอนเช้าสาดเข้ามาทำให้เมดารู้สึกตัวตื่นขึ้น เมดาไม่เห็นสิบทิศอยู่บนเตียงโดยที่ไม้เท้าของสิบทิศที่วางอยู่ที่หัวเตียงก็หายไป
        
       เมดารีบออกจากห้องไปตามหาสิบทิศทันที

เวียงร้อยดาว ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
        เมดาตามหาสิบทิศจนทั่วจนกระทั่งตามมาถึงบริเวณสระน้ำ
        
       เมดาใจหายวาเมื่อเห็นสิบทิสกำลังจะเดินมุ่งหน้าไปยังสระน้ำ
       “คุณชายคะ ! หยุดก่อนค่ะ ! อันตราย”
       เมดาวิ่งไม่คิดชีวิต เธอห้ามสิบทิศทันอย่างหวุดหวิดก่อนที่จะตกน้ำไป
       “คุณชายจะไปไหนคะ ? ทำไมไม่เรียกดิฉัน ?”
       “ฉันไม่อยากอยู่ให้เป็นภาระใคร ฉันจะไปตามทางของฉัน”
       “ไปไหนก็ไปกัน ดิฉันจะตามคุณชายไปทุกที่”
       “อย่าโง่นักเลย ! เธอจะทนอยู่กับคนตาบอดอย่างฉันทำไม เธอไม่อายคนอื่นเขาบ้างเหรอที่ฉันพิการแบบนี้ ลืมฉันซะ ! แล้วกลับไปใช้ชีวิตของเธอที่บดินทร์ธร”
       “ดิฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น ! คุณชายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของดิฉันไปแล้ว ต่อให้ต้องใช้เวลาทั้งหมดตลอดทั้งชีวิตในการดูแลคุณชาย ดิฉันก็จะทำ”
       “เธอทำอย่างนั้นไปเพื่ออะไร ?”
       “เพื่อคนที่ดิฉันรัก”
       สิบทิศดึงร่างเมดาเข้ามากอดด้วยความซึ้งใจในความรักของเมดาที่มีให้ตน
       “อย่าค่ะ คุณชาย เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”
       “ที่นี่ไม่มีใคร นอกจากเราสองคน”
       เมดาเอะใจ “คุณชายทราบได้อย่างไรคะว่าแถวนี้ไม่มีใคร”
       สิบทิศยิ้มเจ้าเล่ห์ “ก็ฉันเห็นน่ะสิ”
       เมดาโกรธ “คนหลอกลวง”
       “เธอเองก็หลอกฉันตั้งนานว่าเป็นร้อยดาว ถือว่าเราหายกัน”
       เมดางอนจึงไม่พูดด้วย เธอสะบัดแขนสิบทิศด้วยความโกรธแล้วจะเดินหนี ทันใดนั้น สิบทิศก็ร้องลั่นขึ้นแล้วทรุดลงกับพื้น
       “โอ๊ย !!”
       เมดารีบวิ่งกลับมาด้วยความเป็นห่วง
       “คุณชายเป็นอะไรคะ” เมดาถาม
       “อาการโรคไฮโปคอนดิเอซีส (Hypochondriasis) ของฉันคงกำเริบ”
       เมดาคิดถึงตอนที่สิบทิศเคยมีอาการของโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงกำเริบ
       “เจ้าโรคนี่อีกแล้ว ! ดิฉันจะไปตามหมอ”
       สิบทิศคว้ามือเมดาไว้ “ก็ฉันนี่ไงหมอ ! เธออยากรู้ไหม ฉันเป็นโรคอะไรกันแน่”
       เมดาพยักหน้าเพราะอยากรู้ให้หายสงสัย
       “ฉันไม่อยากให้ใครได้ยิน... เอียงหูมาใกล้ๆสิ”
       เมดายอมทำตาม เธอเอียงหูไปใกล้ๆสิบทิศโดยคิดว่าอาจจะเป็นโรคร้ายแรงบางอย่าง
       สิบทิศกระซิบ “เขาเรียกว่าโรคอุปาทาน !”
       สิบทิศพูดจบก็หอมแก้มเมดาเบาๆ
       “เจ้าเล่ห์ที่สุด !!”
       เมดาเจ็บใจที่เสียรู้ที่ถูกสิบทิศหลอกเป็นครั้งที่สอง
       
       ทุกคนมาส่งพระปกรณ์ที่หน้ารั้วบดินทร์ธร
       “ท่านจะไปจริงๆนะหรือ ?” ดำรงเอ่ยถาม
       “อาตมาถูกขังอยู่ในกรงแห่งอวิชชาทำให้ว่ายวนอยู่ในวัฏสงสารมานานแล้ว ตั้งใจแน่วแน่ไว้ว่าจะบวชไม่สึก..ความสุขใดเหนือกว่าความสงบไม่มี อาตมาตั้งใจปฏิบัติเพื่อแสวงหาโมกขธรรมจนกว่าชีวิตจะหาไม่ หากแม้นว่าต้องเกิดมาชาติภพใหม่ก็ขอให้ได้เกิดใต้บวรพระพุทธศาสนาจนกว่าจะถึงซึ่งพระนิพพานในกาลอันสมควร” พระปกรณ์บอก
       ทุกคนก้มลงกราบพระปกรณ์ด้วยความเลื่อมใสพร้อมเพรียงกัน
        
       พระปกรณ์มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออก เพื่อออกไปแสวงหาความวิเวกต่อไป
        
       อ่านต่อหน้า 4

หน้าที่แล้ว
1 | 2 | 3 | 4
หน้าถัดไป
ข่าวล่าสุด ในหมวด
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 14 จบบริบูรณ์
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 13
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 12
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 11
เวียงร้อยดาว ตอนที่ 10
เครื่องมือจัดการเว็บ
ส่งบทความนี้ต่อ
พิมพ์หน้านี้
ข่าวที่มีผู้ส่งมากที่สุด
แสดงผลหน้าเดียว
จำนวนคนโหวต 69 คน
คุณเห็นด้วยกับข่าว/บทความนี้หรือไม่
เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย
เห็นด้วย 63 คน
92 %
ไม่เห็นด้วย 6 คน
8 %
คุณสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านบัญชีของเฟซบุกได้แล้ววันนี้ กดที่ปุ่มด้านล่างนี้เลย!

 
หนังสือพิมพ์: ASTV ผู้จัดการออนไลน์ | ASTV ผู้จัดการรายวัน | นิตยสารผู้จัดการ 360° | Positioning | ASTV News1
มุม: การเมือง | อาชญากรรม | คุณภาพชีวิต | ภูมิภาค | ต่างประเทศ | มุมจีน | ธุรกิจ | หุ้น | SMEs | Motoring
CyberBiz | วิทยาศาสตร์ | เกม | กีฬา | บันเทิง | Life on Campus | Celeb Online | ท่องเที่ยว | ธรรมะกับชีวิต | Multimedia
เว็บ: Asia Times | บุรพัฒน์ คอมมิคส์ | Mars Magazine | ทะเลไทย | คุยกับเว็บมาสเตอร์ | โฆษณาบนเว็บ
All site contents copyright ©1999-2015