ศูนย์ข่าวภาคใต้ - “ประสิทธิ์ชัย หนูนวล” ร่อนหนังสือให้เหตุผล 6 ข้อลาออก กมธ.วิสามัญว่าด้วยการขุดคลองไทยและเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้แล้ว ชี้ไม่สามารถร่วม “มโน” ว่ามีแต่แนวทางพัฒนานี้ที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจชาติ ฟันฉับเป็นความ “ไร้เดียงสาของวิธีคิด”
วันนี้ (28 ก.ค.) นายประสิทธิ์ชัย หนูนวล นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมภาคใต้ และคณะกรรมาธิการวิสามัญสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยการขุดคลองไทยและเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดเผยว่า ตนได้ส่งจดหมายลาออกอย่างเป็นทางการไปยังประธานกรรมาธิการวิสามัญสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยการขุดคลองไทยและเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เพื่อขอลาออกจากคณะกรรมาธิว่าวิสามัญดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว พร้อมกันนั้นได้นำเสนอจดหมายเปิดผนึกเพื่อขอชี้แจงเหตุผลไว้ด้วย ความว่า...
จดหมายเปิดผนึก ขอลาออกจากกรรมาธิการวิสามัญสภาผู้แทนราษฎร ว่าด้วยการขุดคลองไทยและเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ ผมได้ส่งจดหมายลาออกอย่างเป็นทางการไปยังประธานกรรมาธิการวิสามัญฯ และขอชี้แจงเหตุผลดังนี้
1.กระบวนการพัฒนาของประเทศได้ดำเนินการบนเส้นทางการพัฒนาด้วยเมกะโปรเจกต์มานานหลายสิบปี วิถีทางการพัฒนาเช่นนี้เป็นประโยชน์สำหรับคนมีอำนาจและกลุ่มทุน ด้วยการอ้างผลประโยชน์ประชาชน แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นก่อเกิดความเหลื่อมล้ำเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา ศักยภาพของประชาชนถูกทำลายตลอดเวลา จึงเพียงพอแล้วสำหรับเส้นทางการพัฒนาเช่นนี้
2.กรรมาธิการฯ ควรมีบทบาทในการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์ว่า การพัฒนาเช่นใดจึงจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม แม้ว่าจะตั้งต้นด้วยโครงการคลองไทย แต่รูปแบบการศึกษาควรเป็นกระบวนการทำให้เห็นอย่างรอบด้านว่า คลองไทยเหมาะสมกับบริบททางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อมหรือไม่ มิใช่ตั้งต้นว่าจะผลักดันคลองไทยอย่างไร
3.ตลอดเวลาการทำงานของกรรมาธิการฯ มีท่วงทำนองของการผลักดัน มิใช่การศึกษาหาคำตอบว่าโครงการเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่ เช่น ที่ปรึกษากรรมาธิการฯ หรืออนุกรรมาธิการฯ ประกอบด้วยบุคคลที่สนับสนุนการขุดคลองไทย ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้ถึงความไม่เป็นกลางของกรรมาธิการฯ
4.วิธีคิดของกรรมาธิการฯ สะท้อนจากวิธีการทำงาน เช่น พยายามให้หน่วยงานรัฐบรรจุเรื่องคลองไทยเข้าสู่แผนงานในระดับชาติ เพื่อจะทำให้เกิดการเดินหน้าของโครงการขุดคลอง หรือในกระบวนการรับฟังความเห็นของกรรมาธิการฯ ทั้งที่จังหวัดกระบี่และนครศรีธรรมราช ล้วนสะท้อนวิธีคิดและเจตนาในการผลักดัน มากกว่าการศึกษาหาข้อเท็จจริง
5.กรรมาธิการฯ ใช้ชุดข้อมูลการออกแบบของสมาคมคลองไทยในกระบวนการรับฟังความเห็นของประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงเจตนาว่า กรรมาธิการฯ กับสมาคมคลองไทยร่วมมือกันทำงานหรือไม่ การใช้กลไกนิติบัญญัติเพื่อการผลักดันโครงการของภาคเอกชนหรือต่างชาติ เป็นสิ่งที่ควรกระทำหรือไม่
6.การผลักดันให้เกิดการศึกษาในเชิงรายละเอียดจะต้องใช้เงินนับหมื่นล้าน คุ้มค่าหรือไม่ต่อความเสี่ยงในด้านอธิปไตย ด้านสิ่งแวดล้อม การย้ายผู้คนออกจากแผ่นดินไม่ต่ำกว่าหกหมื่นคนเฉพาะเส้นทางขุดคลอง การศึกษาในระดับมหภาค บทเรียนของคลองอื่นๆ หรือประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ น่าจะเป็นบทบาทของกรรมาธิการฯ ในการเสนอรัฐบาล มากกว่าผลักดันให้เกิดการศึกษาเพื่อการขุดคลอง นอกจากนี้ การผลักดัน พ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ เพื่อให้คลองไทยเกิดขึ้นได้ภายใต้กฎหมายฉบับนี้ ไม่ควรอย่างยิ่ง
สังคมไทยจำเป็นต้องสร้างมาตรฐานการทำงานใหม่เพื่อการพัฒนาประเทศ เราไม่สามารถใช้ ‘การมโน’ ในการสร้างรูปแบบการพัฒนาประเทศ เช่น มีคลองแล้วจะแก้ปัญหาสามจังหวัด มีแต่คลองไทยเท่านั้นที่จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติ เหล่านี้เป็นความ ‘ไร้เดียงสาของวิธีคิด’
ผมได้เคยเสนอในกรรมาธิการฯ ให้ศึกษาในเชิงยุทธศาสตร์ก่อน มิใช่มุ่งผลักดันให้เกิดการศึกษาเพื่อการขุดคลอง แต่ระดับนำในกรรมาธิการฯ มีวิธีคิดอีกแบบหนึ่ง ฉะนั้นการผลักดันในกรรมาธิการฯ จึงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงใด การทำงานกับสังคมจึงเป็นทางออกของการที่จะทำให้สังคมร่วมกันตั้งคำถามและหาทางออกเช่นนี้ได้ดีกว่า
เพราะโครงการคลองไทยเปลี่ยนแปลงมหาศาลในประวัติศาสตร์การพัฒนาของประเทศนี้ มิเพียงปัจจัยภายในประเทศ แต่รวมถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับโลกด้วย ผลกระทบอันกว้างขวางเช่นนี้ ไม่สามารถใช้วิสัยทัศน์อันคับแคบมาดำเนินการได้ การตื่นของสังคมเป็นคำตอบสำคัญของความรอบคอบ ผมจึงขอทำหน้าที่ให้สังคมตั้งคำถาม จะเป็นประโยชน์สอดคล้องต่อผลกระทบอันกว้างขวางเช่นนี้มากกว่า การเดินบนเส้นทางของกรรมาธิการฯ
โดยหวังว่ากรรมาธิการจะปรับทิศทางของตัวเองใหม่ ด้วยจิตคารวะ ประสิทธิ์ชัย หนูนวล


