นายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ จะจัดการประชุมสามัญประจำปี 2569 ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 25–26 เม.ย.นี้ ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมปัญหาและข้อเสนอจากเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ และจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายเสนอต่อภาครัฐในการแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือกตกต่ำและต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยในโอกาสนี้ได้มีหนังสือเชิญนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดการประชุมและรับฟังข้อเสนอจากเกษตรกร
นายปราโมทย์ กล่าวว่า ปัจจุบันราคาข้าวเปลือกเจ้า ยังอยู่ในระดับต่ำเฉลี่ยเพียง 5,500–6,500 บาทต่อตัน ขณะที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาปุ๋ยที่ส่วนใหญ่เกิน 1,000 บาทต่อกระสอบ รวมถึงต้นทุนพลังงานและค่าจัดการที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ชาวนาทั้งประเทศเผชิญภาวะต้นทุนการผลิตสูงและขาดทุน จนหลายรายไม่อยากเพาะปลูกต่อ ทั้งนี้ สมาคมฯ เตรียมเสนอ 4 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ (1) พยุงราคาข้าวเปลือกและกำหนดกลไกไม่ให้ราคาต่ำกว่าต้นทุนมากเกินไป (2) เร่งมาตรการลดต้นทุนการผลิต ทั้งปุ๋ย พลังงาน และค่าจัดการ (3) เร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูงและตอบโจทย์ตลาดโลก เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันและแก้ปัญหาการส่งออกชะลอตัว และ (4) บริหารจัดการแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการเพาะปลูก รองรับความเสี่ยงภัยแล้งในระยะต่อไป
นายปราโมทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ขณะนี้จะอยู่ในช่วงฤดูแล้ง แต่น้ำยังมีเพียงพอ จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูก หากระยะต่อไปเกิดภาวะเอลนีโญตามที่นักวิชาการหลายคนคาดการณ์ จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์การผลิตและรายได้ของเกษตรกรในวงกว้าง จึงจำเป็นต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมมาตรการรองรับล่วงหน้าอย่างเร่งด่วน
สำหรับการประชุมดังกล่าว วันที่ 25 เมษายน จะเป็นการประชุมใหญ่เพื่อรายงานผลการดำเนินงาน คัดเลือกคณะกรรมการชุดใหม่ และรวบรวมปัญหาจากพื้นที่ ส่วนวันที่ 26 เมษายน จะเป็นเวทีนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายต่อภาครัฐ พร้อมรับฟังความเห็นจากผู้แทนภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อผลักดันมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาข้าวเปลือกและลดภาระต้นทุนการผลิตอย่างเป็นระบบ


